
เด็กตาแดงข้างเดียว ลูกตาแดงเกิดจากอะไร พร้อมวิธีรับมือ
เด็กตาแดง หรือโรคตาแดงในเด็ก เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยและอาจรุนแรงถึงขั้นกระจกตาอักเสบได้ ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านกังวลใจอยากรู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และควรดูแลลูกอย่างไรเมื่อมีอาการตาแดง บทความนี้จะไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้ได้ทราบกัน
สรุป
- โรคตาแดงในเด็ก (Conjunctivitis) คือ ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ในเด็กที่มีอาการตาแดงจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่อาการตาแดงมักจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์
- อาการตาแดงในเด็ก สามารถสังเกตได้ เช่น มีอาการคันตา ขยี้ตาบ่อย ภายในดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม และเริ่มมีขี้ตา น้ำตาไหล รู้สึกเจ็บตามาก จนเปลือกตาบวมขึ้น
- โรคตาแดงในเด็ก ไม่ควรซื้อยามารักษาเอง เพื่อความปลอดภัยกับลูก หากพบว่ามีอาการตาแดง คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปโรงพยาบาลพบจักษุแพทย์ หรือกุมารแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดและรับการรักษาอย่างถูกวิธี
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- โรคตาแดงในเด็กคืออะไร ระบาดช่วงไหน
- ลูกตาแดงเกิดจากอะไร
- อาการตาแดงในเด็ก
- ลูกตาแดงหายเองได้ไหม
- ลูกตาแดงทำไงดี
- วิธีป้องกันโรคตาแดงในเด็ก
โรคตาแดงในเด็กคืออะไร ระบาดช่วงไหน
ตาแดงในเด็ก เด็กตาแดง หรือที่เรียกว่าโรคตาแดง (Conjunctivitis) คือ ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ สำหรับเยื่อบุตาจะเป็นเยื่อเมือกใสที่คลุมตาขาวและบุด้านในเปลือกตาของดวงตาสองข้าง ซึ่งโรคตาแดงมักมีการระบาดมากในช่วงหน้าฝน โรคตาแดงในเด็ก อาจจะมีอาการ 5-14 วัน หรือเป็นนานกว่านี้ได้หากมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ขึ้นมาขณะที่เป็นตาแดง สำหรับโรคตาแดงสามารถติดต่อกันได้ง่าย เพียงแค่ไปสัมผัสโดนขี้ตา น้ำตา หรือการไปใช้ของร่วมกับผู้ป่วยตาแดง เช่น หมอน ผ้าเช็ดตัว รวมถึงการไอจามของลูกน้อย และการหายใจรดใส่กัน เป็นต้น
ลูกตาแดงเกิดจากอะไร
ลูกตาแดง เด็กตาแดง มักมีสาเหตุเกิดขึ้นจากเยื่อบุตาอักเสบหรือติดเชื้อ ซึ่งเยื่อบุตาอักเสบ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้
ชนิดติดเชื้อ
เด็กตาแดงที่เยื่อบุตาอักเสบชนิดติด เชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) มักจะทำให้มีอาการเจ็บคอและมีไข้สูงร่วมด้วย นอกจากนี้เยื่อบุตาอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) และ สเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus Pneumoniae) เป็นต้น
ชนิดไม่ติดเชื้อ
อาการตาแดงในเด็กอาจเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอม ฝุ่นละออง หรือจากโรคภูมิแพ้ ทำให้ระคายเคืองดวงตา เช่น ละอองเกสรดอกไม้ หญ้า ฝุ่นจากสัตว์เลี้ยง และไรฝุ่น เป็นต้น รวมถึงอาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือมีการแพ้ยา ก็ได้เช่นกัน
อาการตาแดงในเด็ก
สำหรับอาการเด็กตาแดง หรือตาแดงในเด็ก มักจะมีอาการที่เริ่มจากคันตาทำให้เด็กขยี้ตาบ่อย หลังจากนั้นภายในดวงตาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม และมีขี้ตา น้ำตาไหล รู้สึกเจ็บตามาก รวมถึงเปลือกตาเริ่มมีการบวมขึ้นมา เป็นต้น สำหรับตาแดงในเด็กที่เยื่อบุตาอักเสบ อาจเกิดขึ้นจาก 3 สาเหตุ ดังนี้
1. เด็กตาแดงจากเชื้อไวรัส
เยื่อบุตาอักเสบที่มาจากเชื้อไวรัส เด็กมักจะมีอาการตาแดง รู้สึกเคืองตา มีน้ำตาไหลรวมถึงมีอาการตาบวม หรือปวดตาเล็กน้อยร่วมด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีอาการกลัวแสง มองแสงนาน ๆ ไม่ได้ และแสบตา รวมถึงอาจ มีไข้ เป็นหวัด หรือมีการอักเสบของกระจกตา สำหรับตาแดงในเด็กจากเชื้อไวรัส อาการตาแดงจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์
2. เด็กตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย
เยื่อบุตาอักเสบที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย เด็กจะมีอาการตาแดงเข้ม มีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเขียวออกมามาก ทำให้ลืมตาไม่ค่อยขึ้นในช่วงตื่นนอนตอนเช้า
3. เด็กตาแดงจากการแพ้
เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ เด็กมักจะมีอาการคันตา น้ำตาไหล หรือตาบวม และอาจเกิดร่วมกับอาการภูมิแพ้จมูกอักเสบ เช่น มีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหล และคัดจมูก เป็นต้น
ลูกตาแดงหายเองได้ไหม
หากลูกมีอาการตาแดงจากเชื้อไวรัส ส่วนใหญ่อาการตาแดงมักจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่เพื่อความปลอดภัยกับลูกน้อย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมีอาการตาแดง ไม่แนะนำให้ซื้อยาทา หรือยาหยอดตามาหยอดรักษาเองเด็ดขาด ควรพาลูกไปโรงพยาบาลพบจักษุแพทย์ หรือกุมารแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดว่าตาแดงที่เยื่อบุตาอักเสบนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ หรือเกิดจากโรค เป็นต้น เพื่อที่แพทย์จะได้ให้การรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ลูกตาแดงทำไงดี
หากลูกตาแดง ควรพาไปพบแพทย์ และหากมีการรักษาด้วยยา เช่น ยาหยอดตาสำหรับฆ่าเชื้อ ตามที่แพทย์จัดให้นั้น หลังกลับมาบ้านให้ปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลรักษาตาอักเสบ เช่น ประคบเย็นดวงตาข้างที่แดงอักเสบ เพื่อลดอาการบวมของเปลือกตา ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกสบายตาขึ้น สำหรับการประคบเย็นตาที่อักเสบให้ทำครั้งละ 5-10 นาที วันละ 2-3 ครั้งประคบเย็นติดต่อกัน 5-6 วัน อาการตาแดงจะค่อย ๆ ทุเลาลงและดีขึ้นตามลำดับ สำหรับโรคตาแดงในเด็กอาการจะดีขึ้นใช้เวลา 7-10 วัน แต่ในกรณีที่ติดเชื้อ มีการอักเสบลามไปที่กระจกตา แพทย์อาจต้องใช้เวลาในการรักษานานขึ้นกว่าจะหายเป็นปกติ
วิธีป้องกันโรคตาแดงในเด็ก
โรคตาแดงในเด็ก เด็กตาแดง ให้ดูแลอาการตาแดงตามที่แพทย์แนะนำ เช่น การความสะอาดตา หากลูกมีน้ำตาหรือขี้ตาให้คุณแม่ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดเบา ๆ สำลีที่ใช้แล้วใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำ สำหรับวิธีป้องกันโรคตาแดงในเด็ก มีได้ดังนี้
- ทำความสะอาดมือ: คุณพ่อคุณแม่สอนลูกให้ทำความสะอาดมืออยู่เสมอ ด้วยการล้างมือด้วยสบู่ ก่อนรับประทานอาหาร หรือทุกครั้งก่อนออกจากห้องน้ำ
- ไม่อยู่ใกล้ผู้ป่วย: เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกป่วยโรคตาแดง ควรสอนให้ลูกป้องกันตัวเองด้วยการอยู่ห่างจากเพื่อนที่ป่วย และไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน
- ล้างหน้า ล้างตา: หากมีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรพาลูกไปล้างหน้า ล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อป้องกันและลดการติดเชื้อ ควรสอนให้ลูกอย่าเอามือขยี้ตา
- ระมัดระวังดวงตาจากแมลง: อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา
- รักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเด็ก ๆ และทุกคนในครอบครัว จำเป็นต้องดูแลรักษาความสะอาดร่างกายทุกวัน และทำความสะอาดของใช้ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ และหากลูกป่วยเป็นโรคตาแดง คุณแม่ควรให้ลูกหยุดเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลาม หรือติดต่อสู่เพื่อนร่วมชั้นเรียน
เด็กตาแดง หรือโรคตาแดงในเด็ก เป็นโรคที่พบมากในช่วงหน้าฝน ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย สำหรับโรคตาแดงในเด็กสามารถติดต่อกันได้จากการสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง ซึ่งโรคตาแดงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้หากสังเกตพบว่าลูกมีอาการตาแดงควรพาไปพบแพทย์ทันที ไม่แนะนำให้ซื้อยามารักษาอาการตาแดงเองเด็ดขาด และเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย แนะนำให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งในนมแม่จะมีจุลินทรีย์สุภาพ บีแล็กทิส (B. lactis) หนึ่งในจุลินทรีย์สุขภาพในกลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) และยังเป็นโพรไบโอติกส์ ที่สามารถส่งต่อเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับลูกน้อย ที่สำคัญนมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายมากกว่า 200 ชนิด เช่น ดีเอชเอ วิตามิน แคลเซียม แอลฟา-แล็คตัลบูมิน และสฟิงโกไมอีลิน ซึ่งช่วยในพัฒนาการสมอง สติปัญญา และการเจริญเติบโตของลูกน้อย สำหรับคุณแม่ที่ต้องการติดตามพัฒนาการของลูกน้อยในทุกช่วงวัย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.s-momclub.com/member-privilege
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่
- โปรแกรม Baby Development เช็คพัฒนาการลูกน้อยแต่ละช่วงวัย
- วิธีการเลี้ยงทารกแรกเกิด - 1 เดือน ที่พ่อแม่มือใหม่ต้องรู้
- ตารางการนอนของทารก 0-1 ปี ทารกควรนอนวันละกี่ชั่วโมง
- วิธีจับลูกเรอ ท่าอุ้มเรอเมื่อลูกไม่เรอ ช่วยให้ลูกสบายท้องหลังอิ่มนม
- ทารกไม่ยอมนอน ลูกร้องไห้งอแง นอนหลับยาก พร้อมวิธีรับมือ
- เด็กทารกสะอึก เกิดจากอะไร วิธีไหนที่ช่วยบรรเทาอาการลูกสะอึก
- ทารกตัวเหลือง เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลทารกตัวเหลือง
- วิธีห่อตัวทารกที่ถูกต้อง ให้ลูกน้อยสบายตัว เหมือนอยู่ในท้องแม่
- สายสะดือทารก สะดือใกล้หลุดเป็นแบบไหน พร้อมวิธีทำความสะอาด
- ทารกเป็นหวัดหายใจครืดคราด ลูกเป็นหวัดหายใจไม่สะดวกทําไงดี
- ลูกหายใจครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูก เกิดจากอะไร อันตรายกับลูกน้อยไหม
อ้างอิง:
- รับมือกับ “โรคตาแดง” ของลูกน้อย แบบคุณพ่อคุณแม่มือโปร, โรงพยาบาลเปาโล
- ลูกขยี้ตาบ่อย ๆ อย่าวางใจ ระวัง..เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง, โรงพยาบาลนครธน
- ตาแดง โรคที่มักจะมาในหน้าฝน, โรงพยาบาลสมิติเวช
- ตาแดงไม่ร้ายแรง แต่รำคาญใจ, โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์
อ้างอิง ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567